วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

ข่าวประชาสัมพันธ์ (ผักบุ้ง...รายงาน)น.ส.พ.สายกลางดีโพลมานิวส์...(ถ่ายทอด)ประจำวันที่…..25 ม.ค. 2560

        

ข่าวประชาสัมพันธ์ (ผักบุ้ง...รายงาน)น.ส.พ.สายกลางดีโพลมานิวส์...(ถ่ายทอด)ประจำวันที่..25 ม.ค. 2560


ด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองยุทธศาสตร์และแผนงานกำหนดให้มีการมอบรางวัล “สุดยอดเส้นทางการท่องเที่ยวของประเทศ” โดยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร) ประธานคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นประธานการมอบรางวัล พร้อมด้วย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวรายงาน ในวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.30 น. ณ ห้องบอง วี วองท์ ชั้น 2 โรงแรมตะวันนา สุรวงศ์ กรุงเทพฯ 
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑


รมว.ท่องเที่ยว คาดรายได้ช่วงตรุษจีนเงินสะพัดนทท.ใช้จ่าย
แตะหมื่นล้านบาทสั่งเตรียมพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัย
          นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าช่วงเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 27ม.ค.  – 4 ก.พ.2560 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาประมาณ 257,673 คน เพิ่มขึ้น 10.87%  สร้างรายได้กว่า 12,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 13.09 % จากสถิติระหว่างวันที่ 17 – 22 มกราคม 2560 นักท่องเที่ยวจีนมีจํานวนเฉลี่ย 33,142 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 21.46 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในวันที่ 21 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาสูงสุดต่อวันเท่าที่เคยรวบรวมตัวเลขมา จํานวน 37,414 คน ส่วนสัดส่วนโครงสร้าง ของนักท่องที่ยวชาวจีนที่เดินทางมากับบริษัทนําเที่ยว (ค่าใช้จ่ายต่อทริป เท่ากับ 43,000 บาท) ต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเอง (ค่าใช้จ่ายต่อทริป เท่ากับ 52,000 บาท) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสักส่วนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเองมากขึ้น  แสดงนัยถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
            ด้านมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อยและการอำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวมีแผนดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่
1.   การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และอาสาสมัครช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยวประจำจุดที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนและประชาชนทั่วไป รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละพื้นที่โดยให้จัดรถโมบาย รถเซกเวย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวให้มีจำนวนเพียงพอสำหรับการให้บริการ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำและมีพื้นที่ติดกับทะเล พร้อมประสานสถานีตำรวจน้ำสนธิกำลังร่วมกับกรมเจ้าท่าในการเฝ้าระวังตรวจตราความปลอดภัยของเส้นทางสัญจรทางน้ำ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บูรณาการเส้นทางท่องเที่ยว อาคารสถานที่ ท่าเทียบเรือโดยสาร สถานที่ริมน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคง แข็งแรง สำรวจจุดอันตรายทางน้ำ รวมทั้งความพร้อมขอเรือโดยสาร จำนวนผู้โดยสารไม่เกินจากจำนวนที่กำหนด ความพร้อมบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ
2.   การป้องกันและระงับอัคคีภัย จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่รับผิดชอบ
3.   การป้องกันประทุษร้ายต่อทรัพย์ ให้ระมัดระวังการหลอกลวงเอาทรัพย์จากกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ และช่องทางการติดต่อขอความช่วยเหลือ/แจ้งเหตุ ที่หมายเลข 1155
4.   การป้องกันอันตรายจากอัคคีภัย ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทโคมไฟ ธูป เทียน เต้าเสียบที่ชำรุดแตกร้าว
             นางกอบกาญจน์ กล่าวด้วยว่าในด้านภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1-22 มกราคม 2560 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศจำนวน 2,230,073 คน ขยายตัวร้อยละ 6.46 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ 116,923.31 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 9.13 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวในท่าอากาศยานหลัก 5 แห่ง มีสัดส่วนร่วมกันประมาณร้อยละ 80 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดของประเทศ พบว่า มีจำนวน 1,804,727 คน ขยายตัวร้อยละ 6.99 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยท่าอากาศยานที่นักท่องเที่ยวขยายตัว ประกอบด้วย ท่าอากาศยานภูเก็ต เชียงใหม่ ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ 
##############################################
ททท. เปิดตัวโครงการ The LINK นำเสนอจุดแข็งท่องเที่ยวชุมชน เชื่อมโยงสู่นานาชาติ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
                บ่ายวันนี้ (24 มกราคม 2560ณ สตูดิโอมูนสตาร์ (สตูดิโอ 1) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ  “The LINK”  ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและรายได้ทางการท่องเที่ยวที่จะเกิดจากกลุ่มตลาดคุณภาพในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกาไปสู่แหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางใหม่ หรือเมืองรองตามโครงการ 12 เมืองต้องห้าม...พลาด  เพื่อนำเสนอสินค้าและกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเชิงชุมชน (Local tourism) และประสบการณ์การเรียนรู้ตามทิศทางการตลาด Marketing 4.0 ให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางซ้ำ (Re-Visit) และกลุ่มที่ไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย (First Visit) โดยใช้ความหลากหลายเชิงวัฒนธรรมเป็นศูนย์กลาง รวมถึงเพื่อผลักดันให้เกิดการนำแหล่งท่องเที่ยวและประสบการท่องเที่ยวใหม่ ไปเสนอขายให้กับนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่ม Repeater และ First Visit ทั้งนักท่องเที่ยวที่เป็น FITและ Group Tour โดยมีนายคุมพล บรรเทาทุกข์         ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย  นายคันฉัตร ตันเสถียร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี  นายณรงค์ พลละเอียด  ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายภัคพงษ์ ทวีพัฒน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา  ดร.ประธาน สุรกิจบวร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด  นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ          รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  พร้อมด้วยผู้แทนจากจังหวัดสุโขทัย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ จังหวัดนครศรีธรรมราช
เข้าร่วมงาน
                นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า “โครงการ  The LINK จัดโดย ททท. เพื่อจะส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เรียกว่า Local Tourism หรือการท่องเที่ยวที่สัมผัสกับชุมชน The LINK  นั้นอธิบายได้โดยสังเขป คือ L ตัวแรก คือ Local Experiences, I มาจากคำว่า Innovation หรือนวัตกรรมในการทำงาน ส่วน N มาจากคำว่า Networking และ K ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะนั่นคือ Keeping Character หมายความว่า ททท. ต้องการที่จะคงไว้ซึ่งวิถีชีวิต เพราะเชื่อว่า Character คือเสน่ห์ของชุมชนนั้น ๆ ทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่แนวคิดของการทำงานของ The LINK ตามแนวทาง Tourism 4.0 ซึ่งมุ่งเน้นที่จะสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชน เพื่อเชื่อมโยงไปสู่นานาชาติ ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญในการพัฒนาประเทศสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ด้วยการสร้าง “ความเข้มแข็งจากภายใน” รวมทั้งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวที่จะเกิดจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดคุณภาพในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกา ไปสู่แหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางใหม่หรือเมืองรองที่มีศักยภาพ  ซึ่ง ททท. จะใช้โครงการ The LINK เป็นแนวทางหนึ่งในการนำสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดในระดับสากล ผ่านกิจกรรมแฟมทริป โดย ททท. จะนำคณะสื่อมวลชนทั้ง Online และ Offline จากตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา

เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชน และร่วมทำกิจกรรมเชิงประสบการณ์ Thainess เพื่อนำกลับไปจัดทำบทความที่สามารถสร้างการรับรู้ต่อกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมายังประเทศไทยมากขึ้น  โดยแต่ละสำนักงานในภูมิภาคยุโรปฯ ได้มีการกำหนดพื้นที่ดำเนินการไว้เบื้องต้นแล้ว อาทิ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (The Explorer Link)  พังงา (The Green Link)   เลย (The Festivity Link)   สุโขทัย (The Heritage Link)  นครศรีธรรมราช (The Family Link)   เพชรบุรี (The Leisure Link)   ตรัง               (The Romantic Link)   สมุทรสงคราม (The Exposition Link)   ตราด (The Link to Serenity)  และ ชุมพร (The Adventure Link)

                หัวใจสำคัญของ The LINK คือการ Keeping your character ให้เกิดการใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น สู่ความเป็น Quality Leisure Destination เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่งดงาม ประทับใจ และเต็มไปด้วยคนคุณภาพที่เข้ามาท่องเที่ยว และเคารพความเป็นอยู่ของท้องถิ่นนั้น  นอกจากนี้  The LINK ยังนับเป็นโมเดลการทำงานรูปแบบใหม่ของ ททท. ที่ต้องอาศัยการบูรณาการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน ทั้งในส่วนของ ททท. สำนักงานสาขาในประเทศที่ต้องเชื่อมโยงหรือลิงค์กับสำนักงานสาขาต่างประเทศ และยังต้องมีการลิงค์กับหน่วยงานต่าง ๆ ในทุกภาคส่วนของท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการยอมรับ ตอบรับและร่วมมือซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการทำงานในรูปแบบ Marketing Plus         โดยททท. มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้โครงการ The LINK ประสบความสำเร็จในแง่ของการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้สินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ และมุ่งหวังที่จะนำไปสู่การเสนอขายในตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนต่อไป

๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓

เรียน สื่อมวลชนทุกท่านร่วมทำข่าว,

"สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีน"

ในวันที่ 26 ม.ค. 12.30 น.  ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง

สื่อมวลชนสามารถจอดรถได้ที่ลาน Atta ข้างกรุงไทย

กำหนดการ

นัดพบ ณ ประตู 1 ชั้น 1 อาคาร 1 จะมีบัตรเข้าพื้นที่ด้านในอาคารให้สื่อฯ  เพื่อเข้าไปบันทึกภาพด้านใน

13.00 น. ป.กก., ผอ.ท่าฯ, ตม.,ศก.,สมาคมไทย/จีน,สื่อฯ  เข้าไปด้านในอาคารเพื่อต้อนรับและมอบของที่ระลึกแด่ นทท.

13.30 น. ร่วมตรวจระบบรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

14.00 น.เชิญสื่อสัมภาษณ์

**หมายเหตุ  กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

สามารถประสานงานได้ที่

นายประสิทธิ์ โทร. 089-888-9808
คุณตุ๊ก โทร. 081-399-7484

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ททท. ขอเชิญเที่ยวงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ๒๕๖๐”  เที่ยวเมืองไทยให้ครบมาพบกันที่สวนลุมฯ
---------------------------------------------------------------------
ททท. ร่วมกับกรุงเทพมหานครจัดงานมหกรรมท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ๒๕๖๐” เที่ยวเมืองไทยให้ครบมาพบกันที่สวนลุมฯ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน “ตรุษจีนวิถีไทย เก๋ไก๋ปีระกา ๒๕๖๐” สัมผัสบรรยากาศตรุษจีนจากทั่วไทย สืบสานความสัมพันธ์ไทย–จีน พิเศษช้อปสินค้าครบ ๑๐,๐๐๐ บาท ลุ้นชิงรางวัลแพ็คเกจท่องเที่ยวหรู พร้อมตั๋วเครื่องบิน มูลค่ารวมกว่าล้านบาท หวังกระจายรายได้สู่ชุมชน คนชอบเที่ยวห้ามพลาด งานเดียวเที่ยวทั่วไทย


วันนี้ (๒๕ มกราคม ๒๕๖๐) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกรุงเทพมหานครเปิดศักราชท่องเที่ยวปี ๒๕๖๐ จัดงานมหกรรมท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ๒๕๖๐” เที่ยวเมืองไทยให้ครบมาพบกันที่สวนลุมฯ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ ๒๕ – ๒๙ มกราคม ๒๕๖๐ พบกับ ๑๐ โซนกิจกรรมท่องเที่ยวปลุกกระแส “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” โดยมีพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ ททท. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยกว่า ๓๑ ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะผู้บริหารให้เกียรติร่วมพิธีเปิดงานอย่างคับคั่ง

พิธีเปิดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยในปีนี้ จัดภายใต้แนวคิด “ประเทศไทยสู่ความเรืองรอง” บนเวทีตกแต่งด้วยยักษ์สหัสเดชะ ๓ มิติสูงกว่า ๖ เมตร  เริ่มต้นด้วยขบวนแห่ ๕ ภาค นำเสนอศิลปวัฒนธรรม ผสมผสาน ศิลปะการแสดง ความเชื่อ และประยุกต์ความสนุกอย่างลงตัว ขบวนแห่เปิดความยิ่งใหญ่ด้วยคณะกลองและธง ๕ ภาค ประโคมกลองของแต่ละภาคที่สื่อถึงศิลปวัฒนธรรมของภาคและถือเป็นการเปิดศักราชใหม่  ตามด้วยขบวนแต่ละภูมิภาคและชมการแสดงชุดพิเศษ “ประเทศไทยสู่ความเรืองรอง” การแสดงที่ผสมผสานวัฒนธรรมกับเทคนิคทันสมัย จากนั้นประธานในพิธีจะลั่นกลองเปิดงานฯ เพื่อให้เสียงแห่งความสุขวิถีไทย กึกก้องไกลไปทั่วประเทศไทยและทั่วโลก


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ททท. ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี ๒๕๖๐” ครั้งที่ ๓๗ (Thailand Tourism Festival : TTF 2017) ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๙ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. ณ สวนลุมพินี  โดยในปีนี้ ททท. นำเสนอรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย รวบรวมของดี ของเด่นจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทยมาไว้ภายในงานเดียว ทั้งเรื่องศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเชื่อมโยงภายในประเทศขานรับนโยบาย “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” อีกทั้งยังเป็นการร่วมเฉลิมฉลองต้อนรับศักราชใหม่อย่างมีความสุขหนุนตลาดการท่องเที่ยวไทย พร้อมปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศตลอดปี ๒๕๖๐ ตามเป้าหมายกว่า ๙.๕ แสนล้านบาท ตลอดการจัดงานคาดว่ามีคนร่วมงานกว่า ๖๕๐,๐๐๐ คน เกิดความสนใจที่จะเดินทางท่องเที่ยวสูงถึงร้อยละ ๙๐ และสร้างรายได้หมุนเวียนภายในงานกว่า ๔๐๐ ล้าน

สำหรับรูปแบบการจัดงานในปีนี้มีความพิเศษแตกต่างจากปีอื่น ๆ อาทิ เสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไทยกับกิจกรรม “ใส่บาตรจตุปัจจัย รับโชคดีปีระกา” ของทุกวัน (เว้นวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๐ ใส่บาตร ณ หมู่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ตั้งแต่เวลา ๗.๐๐ น. ณ บริเวณเกาะลอย สวนลุมพินี ซึ่งในวันแรกมีพิธีใส่บาตรพระสงฆ์ และฟังธรรมเทศนา  พร้อมกันนี้ร่วมจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จีน เพื่อสืบสานความสัมพันธ์ไทย-จีนกับกิจกรรม “ตรุษจีนวิถีไทย เก๋ไก๋ปีระกา ๒๕๖๐”


พิเศษสุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าครบทุก ๑,๐๐๐ บาท/ครั้ง (เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ) จะได้รับคูปอง ๑ ใบ สะสมครบ ๑๐ ใบ นำมาแลกรับคูปองชิงโชค ณ จุดทำกิจกรรมเวทีกลาง เพื่อลุ้นรางวัลแพ็คเกจท่องเที่ยวสุดหรู อาทิ บัตรโดยสารเครื่องบินไปกลับ ๒ ที่นั่ง พร้อมโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ๒ คืน แพ็คเกจท่องเที่ยวโรงแรมโซเนว่า คีรี เกาะกูด ๒ คืน และรางวัลอื่นมากมาย มูลค่ารวมกว่าหนึ่งล้านบาท จับรางวัลเวลา ๒๑.๐๐ น. ทุกวัน ณ เวทีบริเวณเวทีกลาง สวนลุมพินี

ซึ่งภายในงานแบ่งออกเป็น ๑๐ โซนหลักกิจกรรมท่องเที่ยว ประกอบด้วย
โซนที่ ๑ อุทยานไม้ดอกไม้ประดับ เฉลิมพระเกียรติ ชมนิทรรศการ ๗๐ เส้นทางตามรอยพระบาท ๕ ภาค
โซนที่ ๒ ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง (หมู่บ้าน ๕ ภาค) รวบรวมของดี ของเด่นจากทุกภูมิภาคของเมืองไทย เพื่อสร้างการรับรู้เอกลักษณ์ในแต่ละพื้นถิ่นมีการนำเสนอแลนด์มาร์คของแต่ละภาคที่สะท้อนความเป็นตัวตนของแต่ละพื้นที่ การแสดงที่หาดูได้ยาก ของดี ของเด่นทั่วเมืองไทย ประกอบด้วยหมู่บ้าน ๕ ภาค ได้แก่
     - หมู่บ้านภาคเหนือ : “เหนือฝันล้านแรงบันดาลใจ” ปีนี้เชิญชวนทุกท่านมาเรียนรู้เรื่องราวของผู้สร้างสุขให้แผ่นดินพบเรื่องราวแห่งการให้ของราชสกุล “มหิดล” ผ่านชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวไทยภูเขาหลายเผ่าพันธุ์ อิ่มเอมกับสวนดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ เรียนรู้วิถีชีวิตคนไทยภูเขา ๑๐ ชาติพันธุ์ชิมอาหารเหนือแต๊แต๊แบบอร่อยล้ำนำแรงบันดาลใจที่กาดโนโฟม ชมการแสดงชนเผ่าแท้ตัวจริงเสียงจริงสนุกไปกับ “ศาสตร์และศิลป์” แบบชาวเหนือที่ลานอวดของดี เลือกช้อปปิ้งของคุณภาพ ราคาโดนใจได้ที่โซนของดีชุมชน
     - หมู่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : “อีสาน แซ่บนัว” ขอเชิญสักการะพระธาตุพนมจำลองความสูง ๑๐ เมตร พร้อมเครื่องสักการะบายศรีพญานาค ๗ เศียร ตกแต่งพื้นที่ด้วยต้นกระธูปยักษ์ การจำลองบ้านไทยอีสานประยุกต์ “หม่องเบิ่งหนัง” สาธิตการทำกระธูป แมงมุม ฟืม สำหรับใช้ในงานบุญอีสาน นิทรรศการ “ตามรอยธรรมราชาและบุญจาริกในอีสาน”  กิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียวบริเวณพระธาตุพนม (จำลอง) ภายในหมู่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันเสาร์ที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๗.๐๐ น. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับแจกหนังสือตามรอยธรรมราชาในแดนอีสาน จำนวนวันละ ๓,๐๐๐ เล่ม และโซนที่พลาดไม่ได้กับกิจกรรม D.I.Y. อีสานเฮ็ดมือ 6 WOW  อาทิ  กี่จิ๋วทอผ้า สมุดทำมือจากกาบกล้วยย้อมคราม  กาแฟดริปยิปซีอีสาน  สามารถเข้าร่วม Work Shop ได้วันละ ๓ รอบ รอบแรกเวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐ น. รอบที่ ๒ เวลา ๑๗.๓๐-๑๘.๓๐ น. และรอบสุดท้ายเวลา ๑๙.๓๐-๒๐.๓๐ น. นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมกระตุ้นชวนเที่ยวอีสานในงานแถลงข่าวงาน ฮีต ๑๒ คอง ๑๔ ประเพณีอีสาน (ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ๒๕๖๐) ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ และวันศุกร์ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. บริเวณเวทีหมู่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท้ายสุดพบกับกิจกรรมไฮไลท์ “แก๊งเฟี้ยวเที่ยวทั่วไทย (อีสานแซ่บนัว)” Journey The Series วันอาทิตย์ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๘.๓๐ น. เป็นต้นไป
     - หมู่บ้านภาคกลาง : “สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม” จำลองวิถีชีวิตไทยภาคกลาง โดยยกบ้านเรือนไทย (เรือนเจ้าพระยา) เรือนไทยจำลองใต้ถุนสูง ๒ เมตรเป็นแลนด์มาร์ค นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมภายในบ้าน พร้อมทั้งจัดกิจกรรมสาธิตวิถีชีวิตไทยภาคกลางบนเรือนไทย ซุ้มสาธิตช่างสิบหมู่ หัตถกรรม หัตถศิลป์ ซุ้มสาธิตการนวดไทย จุดจำหน่ายสินค้า OTOP ตลาด ๑๐๐ ร้าน สาธิตอาหารถิ่น ๕ อย่าง อาทิ เกสรลำเจียก ผัดหมี่ไทยวน ไส้กรอกปลาแนม ทอดมันหน่อกะลา และปลาสร้อยสาแม่น้ำแดดเดียว พบกับจุดถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยว อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เขาช้างเผือก จังหวัดกาญจนบุรี ตลาดร่มหุบ จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นต้น
     - หมู่บ้านภาคใต้ : “ปักษ์ใต้ปักหมุดหยุดเวลา” โดยไฮไลท์จะนำเอาความสวยงามและมุมมองใหม่ของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล พบกับแลนด์มาร์คเรือยอร์ชพร้อมท่าเทียบเรือ มีการจำลองพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานีและลานปูดำ จังหวัด
กระบี่ พบสินค้าดีอาหารอร่อยในบรรยากาศตลาดใต้โหนด ซึ่งเป็นตลาดท้องถิ่นที่มีชื่อในจังหวัดพัทลุง พร้อมจัดพื้นที่พิเศษสำหรับบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดอาหารทะเล และอาหารถิ่นของภาคใต้
     - หมู่บ้านภาคตะวันออก : “สีสันตะวันออก” โดยจุดเด่นนำเสนอความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล วัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน แหล่งท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิง อาหารถิ่นขึ้นชื่อ และสินค้า OTOP ที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ โดยซุ้มประตูทางเข้ามีการจำลองสะพานอัษฎางค์ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ส่วนแลนด์มาร์คหลักจะมีการจำลองบรรยากาศชายทะเลและประภาคาร จำลองโบสถ์อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จังหวัดจันทบุรี และชุมชนตลาด ๑๐๐ ปี จังหวัดฉะเชิงเทรา  ชมการแสดงดนตรีจากวงดนตรีทหารเรือ การแสดงจากอัลคาซ่าร์  มิโมซ่า พัทยา มีการสาธิตการปรุงอาหารพื้นถิ่น สาธิตกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากไม้ไผ่ กระจูด เป็นต้น สาธิตการทอเสื่อกก การปรุงยาสมุนไพร จากโรงพยาบาลอภัยภูเบศร และสาธิตการทำอัญมณีอันล้ำค่าของจันทบุรี เป็นต้น  
        โซนที่ ๓ กิจกรรมของดี ๕๐ เขต ของ กทม. และอาหารถิ่น ๕ ภูมิภาคของ ททท. นำเสนอสินค้าเด็ดอาหารดัง จากทุกชุมชนมาไว้ในงานเดียวในพื้นที่เขต กทม. และอาหารอร่อยจาก ๕ ภูมิภาค
โซนที่ ๔  ณ สุขใจ วิถีไทยเก๋ไก๋ สไตล์ลึกซึ้ง  นิทรรศการสร้างการรับรู้และเผยแพร่ความรู้ท่องเที่ยว  IT, TAT Shop, รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards), กิจกรรมท่องเที่ยวประชาสัมพันธ์แคมเปญ ททท.,  กิจกรรมแต่งไทยได้โชค, โครงการหลวง, ประชารัฐสุขใจ, Food Truck และนิทรรศการสร้างการรับรู้และเผยแพร่ความรู้เรื่องท่องเที่ยว
โซนที่ ๕ เส้นทางแนะนำแหล่งท่องเที่ยว นำเสนอขายแพ็คเกจท่องเที่ยวภายใต้โครงการท่องเที่ยว         ปี ๒๕๖๐ อาทิ โครงการท้าเที่ยวข้ามภาค,  โครงการ ๑๒ เมืองต้องห้ามพลาด...พลัส, โครงการวันธรรมดา            น่าเที่ยว เป็นต้น
โซนที่ ๖ Outdoor Fest อินดี้วิถีไทย โซนที่คุณจะได้พบกิจกรรมท่องเที่ยวเก๋ไก๋ที่จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยครั้งใหม่ของคุณไม่เหมือนเดิมกับ “อนุสาร อ.ส.ท.” นิตยสารท่องเที่ยวที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในประเทศไทย เขตทหารท่องเที่ยวได้ พร้อมกิจกรรมกลางแจ้ง work shop ของทำมือเก๋ๆ และ ๑๖๗๒ เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย
         โซนที่ ๗ เวทีการแสดงเวทีใหญ่ พบกับการแสดงสุดพิเศษและทัพศิลปินชั้นแนวหน้า กิจกรรมบันเทิง การแสดงศิลปวัฒนธรรมและร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “ประเทศไทยเรืองรอง” จุดเด่นบนเวทีการแสดงจะมีการจำลองยักษ์สหัสเดชะบนเวที พบกับศิลปินชั้นนำของประเทศไทย อาทิ Body Slam, โจอี้บอย & เก่ง ธชย, The Palace & Friend (ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ), The Sound of Siam (โก้ มิสเตอร์แซกแมน, เจนนิเฟอร์ คิ้ม, ปุ้ย ดวงพร), Vie Trio, Paradise Molam Bangkok International Band เป็นต้น การแสดงละครชาตรี การแสดงโขน พร้อมชมการแสดง
วัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
         โซนที่ ๘ เทศกาลตรุษจีน และแหล่งท่องเที่ยวไชน่าทาวน์ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน “ตรุษจีนวิถีไทย เก๋ไก๋ปีระกา ๒๕๖๐” สัมผัสบรรยากาศตรุษจีนจากทั่วไทยสืบสานความสัมพันธ์ไทย–จีน เริ่มด้วยการสักการะเทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ อัญเชิญจาก ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ จังหวัดชลบุรี เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเรียนรู้สีสันวัฒนธรรมชาวจีนภาคตะวันออก ลิ้มรส ขาหมูหมั่นโถ อาหารจีนยูนาน พร้อมจิบชาจากดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย  ย้อนยุคไปกับบาบ๋า ย่าหยา ชุมชนชาวจีนเชื้อสายมลายูสไตล์ภูเก็ต  สัมผัสวิถีบรรพชนชาวจีนภาคอีสานชุมชนศาลปู่ย่า จังหวัดอุดรธานี  ชมมังกรประดับไฟฟ้ายาวกว่า ๔๐ เมตร ในแบบของเสน่ห์มังกรปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์   นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเขตสัมพันธวงศ์อัญเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภและเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย เทพเจ้าแห่งดวงชะตา จากวัดโลกานุเคราะห์ มาให้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่จีน และยกร้านเด่นร้านดังจากเยาวราชในแบบของชุมชนตลาดเก่าเยาวราช อาทิ ร้านซาลาเปาทวีโชค ร้านยู้ลูกชิ้นปลาเยาวราช ร้านกาแฟเอี้ยะแซ เป็นต้น  ทำพิธีแก้ชง ตรวจดวงชะตา ปีไก่ กับชินแสชื่อดัง รับของที่ระลึกแก้ชง ร่วมลุ้นรับโชคดีปีไก่ ของรางวัลมากมายจากไข่ทองคำ เพลิดเพลินกับอาหารจีนต้นตำหรับชาววังจากสุดยอดเชฟจากจีน จำลองบรรยากาศโรงเตี๊ยม
โซนที่ ๙ แหล่งท่องเที่ยวทางทรัพยากรธรณีวิทยา อุทยานทางธรณีวิทยา ไดโนเสาร์จำลอง มหกรรมเปิดโลกธรณีวิทยา ประกอบด้วย ๑) นิทรรศการเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาของไทยในชื่อของ “อุทยานธรณี”(Geopark) นำเสนอในรูปแบบของทัวร์เสมือนจริง (virtual tour) ผ่านจอภาพขนาดใหญ่ ๒) นิทรรศการเปิดตัวไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทย นำเสนอผ่านป่าจำลองบรรยากาศยุคดึกดำบรรพ์พร้อมหุ่นจำลองไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทย และชิ้นตัวอย่างกระดูกไดโนเสาร์ของจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมขุดกระดูกไดโนเสาร์ส่งเสริมการเรียนรู้       ๓) นิทรรศการพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาทั้ง ๗ แห่งของไทยนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นของแต่ละแห่ง และ ๔) นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านจอภาพขนาดใหญ่โดยใช้ระบบ Body sensor
โซนที่ ๑๐ เซลฟี่น้องสุขใจ ๗๗ จังหวัด ร่วมถ่ายรูปกับน้องสุขใจ ซึ่ง ททท. ได้ดึงเอกลักษณ์ของน้องสุขใจในแต่ละท้องถิ่นมาใส่ชุดประจำจังหวัด และตกแต่งไฟสีสันสวยงามในเวลากลางคืน
ผู้ว่าททท. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตลอดการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย  ททท. ได้ร่วมกับ SCG Packaging รณรงค์ให้ใช้บรรจุภัณฑ์สะอาดปลอดภัย ผลิตจากกระดาษสำหรับบรรจุอาหารโดยเฉพาะ (Food Grade) ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคและสามารถย่อยสลายได้ ๑๐๐% ทั้งนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายภาชนะดังกล่าวในงานจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ต่อไป และได้ประสานงานกับบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มารับซื้อน้ำมันพืชที่ใช้งานแล้วจากผู้ออกร้านจำหน่ายอาหารในงาน โดยคาดว่าจะมีปริมาณการใช้น้ำมันพืช ๑,๕๐๐ ลิตรต่อวัน นำไปผลิตเป็นพลังงานไบโอดีเซลนำกลับมาใช้งานต่อไป

ขณะเดียวกัน ททท. ยังได้มีการจัดกิจกรรม “ขยะให้โชค” มุ่งสร้างวัฒนธรรมรับผิดชอบต่อสังคม และรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปริมาณขยะจากต้นทาง สร้างระบบการจัดการขยะใส่ใจสิ่งแวดล้อม  ภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยครั้งนี้  จึงได้จัดจุดทิ้งขยะสำหรับผู้ร่วมงานที่ประตูทางออก ๓ จุด เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลจัดเก็บและขนส่งไปทำลายทิ้งเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรม "ขยะให้โชค" นั้น มีกติกา ดังนี้
๑. ให้นำขยะภายในงานมาคัดแยกทิ้งที่จุดจัดกิจกรรม ณ บริเวณทางออก ๓ จุด (โดยได้ทำการแยกที่ทิ้งขยะเป็น ๓ ส่วนคือ เศษอาหารและขยะทั่วไป - ขวดแก้วและกระป๋อง - พลาสติก)
๒. ลุ้นรับของที่ระลึกหรือรางวัล โชค ๒ ชั้น โชคชั้นที่ ๑ ลุ้นรับของที่ระลึกหรือรางวัล ที่ประตูทางออก ส่วนโชคชั้นที่ ๒ รับคูปอง เขียนชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ลุ้นรับของที่ระลึกรางวัลใหญ่ทุกคืน ในเวลา ๒๑.๓๐ น. (เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก โปรแกรมทัวร์ ฯลฯ)
นอกจากนี้ ททท. ยังเปิดโซนพิเศษ“รวมน้ำใจมอบให้ชาวใต้” ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยปี ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๓๗ พร้อมกิจกรรมประมูลสินค้า ๕ ภูมิภาค เพื่อนำรายได้ทั้งหมดมอบให้แก่พี่น้องชาวใต้ ผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งยังเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานภาคเอกชนที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ในด้านอื่นๆ ได้แก่ การจัดคาราวานรถบัส ให้ไปช่วยเหลือชุมชนภายหลังน้ำลด อาทิ การจัดกิจกรรมทาสีโรงเรียน การช่วยกันทำความสะอาด เป็นต้น
          “งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยในปีที่ผ่านมาได้นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานถึง ๖๐๐,๐๐๐ คน ทั้งยังถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของงานให้เป็นที่ยอมรับน่าเชื่อถือบรรลุเป้าหมายตามที่คาดหวัง” นายยุทธศักดิ์กล่าวในที่สุด


งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ๒๕๖๐ จัดขึ้นระหว่างวันที่  ๒๕ – ๒๙ มกราคม ๒๕๖๐                        เวลา ๑๔.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. ณ สวนลุมพินี เปิดให้เข้าชมฟรี ผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินทางด้วยรถประจำทาง รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีสีลม รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีศาลาแดง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ๑๖๗๒ เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

/////////////////////////////////////////////////////////////
ทีมงานน.ส.พ.สายกลางดีโพลมานิวส์.....ถ่ายทอด.....
น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร.....
ดังมีรายนามผู้บริหารดังนี้…. บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ.....
(พี่เทพ) (บรรณาธิการและหัวหน้ากองบรรณาธิการ).....

อดีตห.น.ข่าวร้องทุกข์และห.น.ศูนย์วิทยุน.ส.พ.ดาวสยาม.....
ผู้อำนวยการ น.ส.พ.สายกลางดีโพลมานิวส์
จตุพล (นามปากกา บ.ก. 3 สื่อ)...
สุพรรณษา แซ่อั๊ง(นามปากกา"ผักบุ้ง)......
บุญรุ่ง พวงทอง.....(นามปากกาคนเดลิมิเร่อร์).....
สุพัฒน์กฤต นามปากกา (ป้อม) ที่ปรึกษา บ.ก......
ปวิ (นามปากกา รีไซเคิล)บุญชุบ (นามปากกา ตำรวจเก่า),
บรรทิศ คนเมืองคอน(ผู้ช่วย บ.ก.ดีโพลมานิวส์).....
สุจิตรา (นามปากกา หญิงเหล็ก”).....
ปฐมภพ(นามปากกา คนสายกลาง”)....ผู้ช่วยบ.ก….
สมชัย (นามปากกา"พฤกษ์ภิรมย์')ที่ปรึกษาบ.ก......
ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ....ที่ปรึกษา......
ชมรมนักข่าวช่วยสังคม.....(ที่ปรึกษา).....
ชมรมนักข่าว2000......(ที่ปรึกษา).......
สำนักปฎิบัติธรรม "พลังพุทโธ"(ที่ปรึกษา).....
เสริมสุข ขวัญปัญญา(ฝ่ายข่าวกฎหมาย-ทนายความ).....
นามปากกา “ทนายอัจฉริยะ”
นงลักษณ์ สุขจิรัง(ฝ่ายข่าวกฎหมาย-ทนายความ).....
นามปากกา “ซ่อนดาบในรอยยิ้ม”เสริมสุข ขวัญปัญญา(ฝ่ายข่าวกฎหมาย-ทนายความ).....
นามปากกา “ทนายอัจฉริยะ”
นงลักษณ์ สุขจิรัง(ฝ่ายข่าวกฎหมาย-ทนายความ).....
นามปากกา “ซ่อนดาบในรอยยิ้ม”
นามปากกา ปีเตอร์ หลุยส์(ที่ปรึกษาบรรณาธิการ).....
โทร.099-2612588(ไลน์) หรือ 086 – 7928056)......
รวมสื่อต่างๆแล้วเรามีผู้อ่านข่าวร่วมหลายแสนคน.....
อ่านข่าวออนไลน์ของเราเพิ่มเติมได้โดยเปิด.....
google และ youtubeแล้วพิมพ์คำว่า…..
น.ส.พ.สายกลางดีโพลมานิวส์......
น.ส.พ.สายกลางฯออกทุกๆวันที่1และ16ของเดือน.....
มีใบตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ท่านได้ตรวจ.....
ท่านที่ต้องการอ่านน.ส.พ.สายกลางฯฟรี!ขอได้ที่....
ตู้ป.ณ. 30 ป.ณ.พลับพลาไชย กทม.10100.....
คอลัมนิสต์นามปากกาคนพิเศษ”(ผู้ตรวจข่าวคนที่1.).....
รองฯ กรรณชัย (นามปากกาผู้กองแอ๊ด”).....
รอง บ.ก. ดูแลข่าวตำรวจ.....(ผู้ตรวจข่าวคนสุดท้าย).....

(น.ส.พ.สายกลางดีโพลมานิวส์(ถ่ายทอด).......

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น